เหี้ยมไม่สิ้นสุด!! พบสาวนอนตายสภาพเหมือนถูกข่มขืนกลางไร้อ้อย สุดท้ายพอรู้ความจริงหัวใจแทบสลายเพราะฆาตกรคือคนนี้...?






วันนี้ (12 ธ.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าควบคุมตัวนายเพชร ปานบุญ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 55 ม.16 ต.หนองกุลา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.สุโขทัย ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา


โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้พบศพนางกาญจนา โฉมโย้ อายุ 33 ปี ชาว จ.สุโขทัย แม่ค้าขายเนื้อหมู-เนื้อไก่ ตามตลาดนัด ในสภาพถูกคนร้ายทุบด้วยของของแข็งบริเวณใบหน้าจนเสียชีวิต ก่อนจะทิ้งศพไว้กลางไร่อ้อย ม.2 ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ขณะเดียวกัน คนร้ายยังถลกเสื้อและดึงกางเกงของผู้ตายลง เพื่ออำพรางคดีว่า เป็นการฆ่าข่มขืน ใกล้กันนั้นพบรถปิกอัพนิสสัน สีแดง หมายเลขทะเบียน บน 9324 สุโขทัย ซึ่งเป็นรถของผู้ตายจอดอยู่ และพบรอยล้อรถที่คาดว่าจะเป็นของคนร้าย

กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากญาติผู้ตายว่า ผู้ตายมีผู้ชายมาติดพัน ชื่อนายเพชร อาชีพขับรถผสมปูน ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปที่โรงงานใน จ.พิษณุโลก เมื่อ นายเพชร เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีอาการถอดสีหน้าและไม่ยอมให้การใดๆ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ท่าฉนวน ก่อนใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงยอมรับสารภาพว่า ตนและผู้ตามมีสัมพันธ์ลึกซึ้งมานานกว่าครึ่งปี โดยในวันเกิดเหตุในช่วงค่ำของวันที่ 10 ธ.ค. ตนขับรถปิกอัพฟอร์ดสีดำ ทะเบียน บท 2291 พิษณุโลก ออกจากบ้านพักใน อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก นัดพบผู้ตายในไร่อ้อย ม.2 ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เพื่อนัดเคลียร์ปัญหา เพราะก่อนผู้ตายบังคับให้ตนรับผิดชอบ แต่ตนได้บอกว่ามีครอบครัวอยู่แล้ว ผู้ตายจึงต่อว่าด้วยคำหยาบคายพร้อมทั้งมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนเกิดบันดาลโทสะหันไปคว้าเหล็กแป๊บราว 80 เซนติเมตร จากหลังปิกอัพของตน ฟาดเข้าที่หน้าผู้ตายอย่างจัง จนผู้ตายล้มทั้งยืน ก่อนกระหน่ำตีอีกหลายครั้งจนผู้ตายแน่นิ่งไป เมื่อพบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้วจึงถลกเสื้อและดึงกางเกงลงมาเพื่อสร้างสถานการณ์ว่าผู้ตายถูกฆ่าข่มขืน ก่อนรีบขับรถหลบหนี



อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ นายเพชร รับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปยึดท่อนเหล็กของกลางที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมทั้งควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ ที่เกิดเหตุ ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

No comments

Powered by Blogger.