โผล่หัวแล้ว!! “เณรคำ” ขึ้นศาลสู้คดียึดทรัพย์ 40 ล้าน ที่อเมริกาแต่ไม่เป็นผล เพราะโทษแต่ละคดีเกินเยียวยา เจอกระทงแรกก็แทบอยากฆ่าตัวตาย!!











ช่วงเช้าวันที่ 25 ม.ค.60 ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานผู้ร้องในคดี 61/2556 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 3 ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของนายวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กับพวกซึ่งเป็นผู้คัดค้านรวม 8 คน ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินโดยในวันนี้พนักงานอัยการผู้ร้องนำพยานเข้าสืบจำนวน 3 ปาก ประกอบด้วยพนักงานสอบสวนดีเอสไอ, พระที่เชี่ยวชาญในการสร้างพระพุทธรูป และประธานบริษัทดอกบัวคู่






ภายหลังสืบพยานในช่วงเช้า พ.ต.ท.รวมชัย มานะ อัยการประจำสำนักงานคดีพิเศษ 3 กล่าวว่า ในคดีนี้ทางพนักงานอัยการผู้ร้องขอนำพยานเข้าเบิกความจำนวน 30 กว่าปาก ขณะนี้เบิกความไปแล้วหลายปาก คงเหลือพยานผู้ร้องที่ต้องเบิกความจำนวน 3-4 ปาก หลังจากนั้นจะเป็นฝ่ายผู้คัดค้าน ซึ่งเตรียมพยานไว้กว่า 20 ปาก จะขึ้นเบิกความต่อ ก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ เนื่องจากขณะนี้คดีเพิ่งอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์

“คดีนี้ทางพนักงานอัยการได้ร้องขอให้ยึดทรัพย์ที่เกิดจากการกระทำผิดหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท” พ.ต.ท.รวมชัย กล่าว

ด้านนายกิตติ อธินันท์ ทนายผู้คัดค้านที่ 8 เปิดเผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากหลวงปู่เณรคำถูกตั้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และพรากผู้เยาว์ ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งดำเนินคดี ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายการฟอกเงิน คณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ส่งอัยการร้องขอต่อศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบด้วยที่ดิน บ้าน บัญชีเงินฝาก และรถยนต์ หลายสิบล้านบาท ที่ ปปง.อ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ซึ่งขณะนี้ฝ่ายอัยการผู้ร้องเหลือการสืบพยานอีก 4 ปาก จากนั้นจะเป็นการสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านอีกหลายสิบปาก โดยเป็นการสืบพยานต่อเนื่องถึงวันศุกร์ที่ 27 มกราคม นี้

นายกิตติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตัวหลวงปู่เณรคำยังสู้คดีที่พนักงานอัยการต่างประเทศของประเทศไทยร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนจะต้องสู้คดีอีกนานแค่ไหนนั้นยังไม่สามารถกำหนดได้ เพราะต้องรอศาลชั้นต้นที่สหรัฐอเมริกามีคำสั่งลงมาก่อน แต่ตัวหลวงปู่เณรคำก็ยังสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้อีก

No comments

Powered by Blogger.