มาแล้ว !! ใครไม่ทำตาเจอดีแบบนี้แน่....จราจรยุคไฮเทคเตรียมใช้กล้องจับรถผิดกฎหมายรองรับ ม.44 ใครโดนใบสั่งหมดสิทธิ์เบี้ยวจ่าย!!








พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานด้านจราจร เปิดเผยว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายจราจรทั้ง 88 สน. ลดการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรเป็นวันเว้นวัน และในถนนเส้นเดียวกันหรือถนนใกล้เคียงห้ามตั้งด่านซ้อนกัน หากตั้งด่านแล้วเกิดปัญหาให้หยุดตั้งด่าน โดยทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะใช้วิธีถ่ายภาพผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรแทนการตั้งด่านเพื่อลดปัญหาดังกล่าว รวมทั้งลดปัญหาเจ้าหน้าที่ตำรวจปะทะกับประชาชน และมีการถ่ายคลิปลงโลกโซเซียล

โดยการใช้กล้องตรวจจับการกระทำความผิดนั้นตนได้กำชับแนวทางในการปฏิบัติซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะต้องถ่ายภาพที่ชัดเจนสามารถระบุทะเบียนรถ วัน เวลา สถานที่ ที่กระทำความผิดได้ และภายหลังจากถ่ายภาพมาแล้วทางสน.ที่ดำเนินการสามารถออกใบสั่งและส่งใบสั่งทางไปรษณีย์ไปยังผู้กระทำความผิดได้ทันที ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่างๆลงได้

อย่างไรก็ตาม ในการใช้กล้องตรวจจับถ่ายรูปที่กระทำผิดกฎจราจรนั้นจะบังคับใช้ในข้อหาที่ชัดเจน อาทิ ขับรถย้อนศร ขับรถบนทางเท้า ขับเข้าไปในช่องทางด่วน ไม่สวมหมวกนิรภัย ส่วนรถยนต์ และรถอื่นๆ อาทิ ขับแซงทับเส้นทึบ ปาดเบียดคอสะพาน ซึ่งก็จะมีการดำเนินการเช่นเดียวกัน

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ทั้ง 88 สน. สำรวจความพร้อมของสน.อุปกรณ์การทำงาน กล้องถ่ายรูปที่มีคุณภาพ และจุดที่พบว่ามีผู้กระทำผิดเป็นประจำ จากนั้นหาก สน.ใดมีความพร้อม ก็สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการถ่ายภาพตรวจจับนั้น เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้ทั้งกรณีขับรถสายตรวจออกตรวจ หรือยืนประจำจุด ส่วนรองผู้กำกับการจราจร สารวัตรจราจร จะต้องเป็นผู้สั่งการในการปฏิบ้ติหน้าที่แต่ละครั้ง'

ทั้งนี้ยืนยันว่า วิธีการจับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจในการปฏิบ้ติเพราะการทำงานเหมือนกับการใช้กล้องตรวจจับฝ่าไฟแดง และมาตรการดังกล่าวไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จับผิดประชาชน หรือเน้นทำยอดใบสั่ง แต่ บช.น. ต้องการที่จะนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในอนาคตการตรวจจับความผิดต่างๆจะมีการตรวจจับผ่านกล้อง ซีซีทีวี รวมทั้งเป็นการกวดขันวินัยจราจรเพื่อแก้ปัญหารถติด และเชื่อว่าจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากชึ้น โดยใช้กำชับให้กองบังคับการตำรวจจราจร สายด่วนจราจร 1197 ประชาสัมพันธ์เตรียมความพร้อประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการคาดว่าจะทันพอดีกับที่จะประกาศใช้กฎหมายจราจรใหม่ที่จะแก้ไขโดยมาตรา 44 ซึ่งต่อไปนี้แม้ว่าจะส่งใบสั่งทางไปรษณีย์ประชาชนก็จะมาชำระค่าปรับมายิ่งขึ้น

No comments

Powered by Blogger.