.เผยเหตุผล ที่ทำไม "ผู้พันแอร์" ไม่ยอม กดปุ่มดีดตัวออกจากเครื่อง วงการทหารรู้เรื่องนี้ดีที่สุด!! ผมขอตายแต่เพียงผู้เดียว!!








จากกรณี เมื่อเวลา09.50 น. เกิดอุบัติเหตุ เครื่องบินขับไล่กริพเพน (JAS 39 Gripen) ตกขณะโชว์แสดงในวันเด็ก ที่บริเวณ หัวทางวิ่ง 26 ฝั่งการท่าอากาศยาน ภายในรั้วสนามบิน กองบิน 56 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาต่อหน้าเด็กๆ และผู้ปกครอง ทำให้น.ต.ดิลกฤทธ์ ปัทวี นักบินเสียชีวิตทันทีทั้งนี้ น.ต.ดิลกฤทธ์ ปัทวี เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2525 อายุ34 ปี ตำแหน่ง นักบินประจำหมวดบิน ๓ ฝ่ายยุทธการ ฝูงบิน ๗๐๑ กองบิน ๗ (นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ ๔๓ นักเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ ๕๐)

ล่าสุด วันที่ 14 ม.ค. 60 ในเพจเฟซบุ๊ก “รั้วของชาติ” ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีการดีดตัวของนักบินที่หลายคนสงสัย เพราะนักบินจะรู้ว่าเครื่องบินนั้นผิดปกติและสามารถดีดตัวออกมาได้ แต่สิ่งที่นักบินไม่เลือกที่จะดีดตัวออกจากเครื่องบินนั้น เพราะมีประชาชนอยู่ด้านล่างเลยเลือกที่ประคองเครื่องบินให้ออกห่างที่สุด เชื่อได้ว่าใครที่ได้อ่านข้อความนี้แล้วจะต้องรู้สึกนับถือหัวใจของทหารมากขึ้น ที่ทหารยอมเสียสละชีพเพื่อประชาชนได้โดยแม้แลกด้วยชีวิตก็ยอม ซึ่งในโพสต์มีข้อความระบุว่า….ทั้งนี้ในเพจเฟซบุ๊ก “สมาคมคนรักเครื่องบินรบ” ได้เคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีการEjection Seat หรือการดีดตัวของนักบิน โดยมีข้อความระบุว่าเมื่อนักบินรบบังคับเครื่องบินคู่ชีพของตนไม่ได้ และการเสียการควบคุมนั้นอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทางเลือกมีอย่างเดียวเท่านั้นคือต้องสละเครื่องด้วยเก้าอี้ดีดตัว(Ejection seat)หรือ”เก้าอี้เพื่อสุขภาพ”ที่กล่าวถึงความเป็นมาไว้ในฉบับที่แล้ว โดยระบบการทำงานของมันตามมาตรฐานถูกแบ่งเป็นสองขั้นตอน เริ่มด้วยฝาครอบห้องนักบินเปิดหรือหลุดลอยออกไป ตามด้วยเก้าอี้และนักบินพุ่งตามไปพร้อมกัน ยุคเริ่มแรกนักบินต้องทำเองทั้งหมดตั้งแต่กดปุ่มให้ฝาครอบหลุดตามด้วยดึงห่วงเริ่มกระบวนการทำงานให้เก้าอี้พุ่งตาม

แต่ปัจจุบันนี้เก้าอี้ดีดตัวรวบสองขั้นตอนมาไว้เป็นหนึ่งเดียว เช่นแบบACESII(Advanced Concept Ejection Seat)ที่ใช้ในเอฟ16 นักบินเพียงแต่เอื้อมมือไปดึงห่วงที่หว่างขาฝาครอบก็จะดีดตัวก่อนแล้วเก้าอี้ยิงตัวตามด้วยเครื่องยนต์จรวด กระบวนการที่เหลือเก้าอี้จะทำให้หมด แต่ห่วงดังกล่าวก็ใช่ว่าจะดึงได้ง่ายๆเพราะต้องใช้แรงข้อหนักเอาเรื่อง เผลอเอามือไปโดนห่วงแล้วเด้งหลุดเองยิ่งไม่มีทางเอซเซสทูว์คือเก้าอี้ดีดตัวของมาร์ติน เบเคอร์ ที่ใช้ในเครื่องบินรบหลักๆของสหรัฐฯและค่ายตะวันตก รวมทั้งยาส39(JAS 39Gripen) เริ่มขั้นตอนเมื่อนักบินนั่งในค็อกพิตด้วยการเปิดสวิทช์(armed)ให้พร้อมใช้ตอนขึ้นเครื่อง ถ้าสวิทช์นี้ไม่ถูกเปิดถึงจะดึงห่วงยางให้ขาดคามือเก้าอี้ก็ยังเฉย เครื่องบินสองที่นั่งเรียงกันสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ใครดีดก่อน ตามปกตินักบินนั่งหลังจะดีดก่อนเพื่อไม่ให้ถูกความร้อนจากเครื่องยนต์จรวดในเก้าอี้ตัวหน้าย่างสด แล้วตามด้วยนักบินนั่งหน้า ถ้าเป็นสองที่นั่งเคียงกันโอกาสรอดของนักบินคนหนึ่งจะน้อยกว่าอีกคน

ตามสถิติของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่เก็บมาตลอดตั้งแต่เริ่มใช้เก้าอี้ดีดตัวกับเจ็ตขับไล่เอฟ16มีห่วงยางอันเดียวตรงหว่างขา เพราะค็อกพิตแคบมากเกินกว่าจะวางมันไว้ด้านข้างได้ ทางออกจากเครื่องมีทางเดียวคือให้ฝาครอบดีดตัวออกไปก่อนตามด้วยตัวนักบินพร้อมเก้าอี้ ระบบทำลายฝาครอบให้แตกกระจายก่อนดีดตัวไม่มีเพราะฝาถูกสร้างจากวัสดุคอมโพสิตที่หนาและเหนียว ไม่แตกจากการกระแทกด้วยพนักเก้าอี้ แต่ระบบทำลายฝาครอบให้สลายตัวก่อนนักบินดีดก็มีในเครื่องบินอีกหลายแบบ เช่นแฮริเออร์และฮอว์คของอังกฤษที่ฝังสายระเบิดไว้บนฝาครอบ เครื่องบินดังกล่าวจึงมีเส้นระเบิดเป็นสีขาวหยักๆพาดบนฝาครอบให้เห็น ด้วยวัตถุประสงค์อย่างเดียวคือเพื่อให้มันระเบิดออกก่อนนักบินดีดตัวหนีตาย


เมื่อนักบินหลุดจากเครื่องออกมาแล้วก็ใช่ว่าเก้าอี้จะยุติบทบาทไว้เพียงเท่านั้น แบบอัตโนมัติจะยังไม่เปิดร่มให้ถ้าดีดตัวที่ความสูงมากๆอากาศเบาบางจนนักบินหายใจไม่ออก ไจโรของเก้าอี้จะบังคับให้มันร่วงหล่นลงมาตรงๆ และเร็วจนถึงระดับที่อากาศพอหายใจเสียก่อนจึงจะเปิดร่มแล้วดีดตัวจากนักบิน ให้เขาลงสู่พื้นได้ด้วยร่มชูชีพเหมือนการโดดร่มธรรมดา บางรุ่นเช่นเอซเซสทูว์ของเอฟ16จะมีขวดอากาศสำรองติดไว้ด้านข้างให้นักบินใช้หายใจได้ก่อนเปิดร่มถึงการดีดตัวขึ้นข้างบนจะเป็นวิธีการมาตรฐานแต่ก็ใช่ว่าเครื่องบินทุกเครื่องจะใช้วิธีนี้ได้ เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์แบบบี52ใช้ระบบดีดตัวลงล่างเฉพาะนักบินและนักบินผู้ช่วย ท้องเครื่องบินจะระเบิดหลุดออกเป็นช่องให้ทั้งคนและเก้าอี้หล่นลงก่อนจะแยกกันที่ความสูงปลอดภัย ที่เหลืออีกสี่ที่นั่งในหน้าที่อื่นๆจะยิงตัวเองขึ้นข้างบนทั้งหมดด้วยเครื่องยนต์จรวดเหมือนวิธีการปกติ เครื่องบินขับไล่เอฟ111ออกแบบให้ค็อกพิตเป็นแค็ปซูลที่ดีดออกได้ทั้งค็อกพิต มีร่มชูชีพหลายอันพยุงตัวลงพื้นเหมือนแคปซูลยานอวกาศอพอลโล เจ็ตขับไล่รุ่นแรกๆเช่นเอฟ104ถูกออกแบบให้นักบินมีเดือยติดขาเพื่อเกี่ยวห่วงให้ดึงขาแนบเก้าอี้ แก้ปัญหาขาป่ายเปะปะเมื่อปะทะแรงลมอันจะทำให้บาดเจ็บได้ในการดีดตัวที่ความเร็วสูง

โครงการยานขนส่งอวกาศของสหรัฐฯใช้ระบบดีดตัวนักบินทั้งหมด แม้แต่ยานแชลเลนเจอร์ที่ระเบิดกลางอากาศระบบนี้ทำงานก็จริงแต่นักบินก็ยังเสียชีวิต เครื่องบินผาดแผลงเครื่องยนต์เดียวซู-31เอ็มของรัสเซียคือเครื่องบินพลเรือนเพื่อกีฬาแบบเดียวที่ติดเก้าอี้ดีดตัวสเวซดา เอสเคเอส-94สำเร็จจากโรงงาน เทคโนโลยีที่พัฒนาให้ควบคุมอุปกรณ์นิรภัยได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดระบบเอาตัวรอดอื่นด้วยนอกจากเก้าอี้ดีดตัว เครื่องบินพลเรือนน้ำหนักเบาและเพื่อกีฬาการบิน(อัลตราไลต์)ใช้เครื่องยนต์เดียวความเร็วต่ำ เช่นเซอร์รัส เอสอาร์-22ถูกติดตั้งสำเร็จจากโรงงานด้วยร่มชูชีพที่จะพยุงเครื่องบินทั้งลำสู่พื้นเมื่อขัดข้องหรือเกิดอุบัติเหตุ ปลอดภัยทั้งนักบินและเครื่องบิน โดยนักบินยังอยู่ในเครื่องและตัวเครื่องเองก็ไม่ตกกระแทกพื้นเก้าอี้ดีดตัวสำหรับเครื่องบินรบมุ่งเน้นที่การรอดตายของนักบิน แต่ไม่รับประกันว่าต้องรอดแบบครบสามสิบสอง มีเปอร์เซ็นต์สูงที่เขาถูกดีดออกมาแล้วจะบาดเจ็บจากปัจจัยหลายๆอย่าง รวมทั้งดีดออกแล้วร่มไม่กางซึ่งต้องดูกันเป็นกรณีๆไป เช่นใช้งานมานานแต่เก่าเก็บขาดการตรวจสอบ หรือนักบินใช้เก้าอี้ผิดวิธีจนมันไม่ทำงานได้ตามสเป็คที่ออกแบบมา การดีดตัวที่ความเร็วใกล้หรือเกิน1มัคก็มีสิทธิ์ทำให้กระดูกหักทั้งตัวจากแรงลมตีแขนขาให้พับ มีโอกาสเสียชีวิตมากเช่นกันเมื่อลงพื้นแล้วไม่ได้รับความช่วยเหลือทัน

เก้าอี้ดีดตัวจึงเป็นนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยของอากาศยานแท้ๆ เพราะต้องใช้ระยะมากทั้งความกว้างและความสูงเพื่อให้ดีดออกและลอยลงมาอย่างปลอดภัย มันไม่เหมาะกับสำหรับรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น มีที่ใกล้เคียงบ้างก็คือเรือยนต์แข่งความเร็วสูง ที่สร้างค็อกพิตเลียนแบบแต่ให้หลุดออกทั้งยวงแทนที่จะยิงตัวเองเหมือนของเครื่องบิน”



ชาวเน็ตต่างอาลัย

No comments

Powered by Blogger.