Loading...
แม่ครัวร้องเรียน หลังเห็น ผอ.โรงเรียน จับหมาฝังใต้ดินทั้งเป็น 1.5 เมตร เพราะเหตุผลนี้?? | สนุกดี
Home » » แม่ครัวร้องเรียน หลังเห็น ผอ.โรงเรียน จับหมาฝังใต้ดินทั้งเป็น 1.5 เมตร เพราะเหตุผลนี้??

แม่ครัวร้องเรียน หลังเห็น ผอ.โรงเรียน จับหมาฝังใต้ดินทั้งเป็น 1.5 เมตร เพราะเหตุผลนี้??

Written By Facebook Instant on Wednesday, February 22, 2017 | 8:31 PM











เรื่องราวของสุนัขจรจัดพิการที่น่าสงสาร ลำพังแค่หาอาหาร ก็ลำบากมากอยู่แล้ว ยังโดนมนุษย์ใจร้ายจับฝังทั้งเป็นด้วยคำพูดที่บอกว่าน่ารำคาญ แต่ว่าชีวิตหลังจากความโชคร้ายก็พลิกผัน กลับตาลปัตรกลายเป็นสุดยอดเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างดีเยี่ยม















ลิลี่เป็นหนึ่งในหมาเร่ร่อนหลายๆตัวที่อาศัยอยู่ใน South Africa ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอัมพาตบางส่วน มันก็ยังคงเดินค้นหาของตามถนนหรือสนามในโรงเรียนในเคปทาวน์เพื่อหาอาหารกิน















วันหนึ่งขณะที่ลิลลี่กำลังคุ้ยหาอาหารอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนประถม Luhlaza Secondary School เสียงเห่าของมันก็ไปกวนใจ Manono Makhaphela ผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้ และเขาคิดว่าเสียงเห่าของมันน่ารำคาญ จึงสั่งให้ภารโรงสองคนกำจัดมันทิ้งด้วยการฝังทั้งเป็น















เคราะห์ดีของมัน ที่มีแม่ครัวในโรงเรียนแอบเห็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากมัน เขาจึงโทรเรียกหน่วยกู้ภัยเพื่อมาช่วยเหลือ เมื่อหน่วยกู้ภัยมาถึง เขาพบว่ามันถูกฝังไปแล้วกว่า 20 นาที















เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึง ลิลลี่ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกถึง 5 ฟุต (1.5 เมตร) เขาจึงรีบช่วยเหลือมันอย่างรวดเร็วและพาตัวมันไปส่งที่คลินิครักษาสัตว์















พวกเขาเรียกลิลลี่ในตอนนั้นว่า “นักสู้” และต่อมาพวกเขาก็ตั้งชื่อให้มันว่า “ลิลลี่”







เรื่องราวของสุนัขจรจัดพิการที่น่าสงสาร ลำพังแค่หาอาหาร ก็ลำบากมากอยู่แล้ว ยังโดนมนุษย์ใจร้ายจับฝังทั้งเป็นด้วยคำพูดที่บอกว่าน่ารำคาญ แต่ว่าชีวิตหลังจากความโชคร้ายก็พลิกผัน กลับตาลปัตรกลายเป็นสุดยอดเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างดีเยี่ยม















ลิลี่เป็นหนึ่งในหมาเร่ร่อนหลายๆตัวที่อาศัยอยู่ใน South Africa ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอัมพาตบางส่วน มันก็ยังคงเดินค้นหาของตามถนนหรือสนามในโรงเรียนในเคปทาวน์เพื่อหาอาหารกิน















วันหนึ่งขณะที่ลิลลี่กำลังคุ้ยหาอาหารอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนประถม Luhlaza Secondary School เสียงเห่าของมันก็ไปกวนใจ Manono Makhaphela ผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้ และเขาคิดว่าเสียงเห่าของมันน่ารำคาญ จึงสั่งให้ภารโรงสองคนกำจัดมันทิ้งด้วยการฝังทั้งเป็น















เคราะห์ดีของมัน ที่มีแม่ครัวในโรงเรียนแอบเห็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากมัน เขาจึงโทรเรียกหน่วยกู้ภัยเพื่อมาช่วยเหลือ เมื่อหน่วยกู้ภัยมาถึง เขาพบว่ามันถูกฝังไปแล้วกว่า 20 นาที















เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึง ลิลลี่ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกถึง 5 ฟุต (1.5 เมตร) เขาจึงรีบช่วยเหลือมันอย่างรวดเร็วและพาตัวมันไปส่งที่คลินิครักษาสัตว์















พวกเขาเรียกลิลลี่ในตอนนั้นว่า “นักสู้” และต่อมาพวกเขาก็ตั้งชื่อให้มันว่า “ลิลลี่”








เจ้าหน้าที่พบว่าอาการอัมพาตบางส่วนของมันเกิดขึ้นเพราะกระดูกสันหลังมันหักมาก่อนหน้านั้น มันได้ไปทำธาราบำบัด ฝังเข็มและการรักษาอื่นๆเพื่อให้ขาสามารถเคลื่อนไหวได้และรักษาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่





องค์กร IFAW ได้ส่งชิ้นผ้าสำหรับเขียนข้อความ ไปยังเหล่าผู้บริจาคเพื่อเชิญชวนให้พวกเขาเขียนข้อความถึงลิลลี่ พวกเขาแค่หวังว่าจะได้รับชิ้นผ้ากลับมาพอที่จะทำผ้าห่มหน้าหนาวไว้ให้ลิลี่ได้ สุดท้ายพวกเขาได้รับผ้ากลับมาถึง 3,000 ชิ้น


เมื่อเรื่องราวของลิลลี่ปรากฏออกสู่สาธารณะ การสนับสนุนมากมายจากเหล่าคนรักสัตว์ก็หลั่งไหลเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก





เรื่องราวของลิลลี่สร้างความตระหนักรู้ให้เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้ ว่าพวกเขายังมีอะไรต้องทำอีกมากมายเพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองเหล่าสัตว์ทั้งหลายภายในประเทศ





อย่างไรก็ตาม ความยุติธรรมที่เมดซานันดาแอนนิมอลคลินิคของทาง IFAW หวังไว้นั้นยังไม่เกิดขึ้น มันเป็นเวลาเกือบสี่ปีมาแล้วที่ลิลี่ได้รับการช่วยเหลือจากหลุมนั่น แต่ผู้อำนวยการที่เป็นคนสั่งให้ลงมือฆ่ามันก็ยังไม่ยอมปฏิบัติตัวตามคำลงโทษ





ผู้อำนวยการปฏิเสธที่จะเปิดโปรแกรมเพิ่มความตื่นตัวในการปกป้องสัตว์เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้เกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของที่โรงเรียนของเขา





ลิลี่ก็ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้สนับสนุนสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์ และการเปลี่ยนแปลงของมันได้ให้ความรู้กับใครหลายๆคน รวมไปถึงคนที่ทารุณมันด้วย ภารโรงคนหนึ่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปมากและตอนนี้เขาเป็นอาสาสมัครที่คลินิคแล้ว!





เรื่องราวการต่อสู้เพื่อการมีชีวิตอยู่ของลิลลี่ เป็นการอุทิศให้กับความมุ่งมั่นของมันและเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือสัตว์ในเมืองเคปทาวน์ วันนี้ลิลลี่กลายเป็นสุนัขแสนรู้ และเรื่องราวของลิลลี่คือเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจให้กับองค์กร UFAW และผู้คนใน South Africa


ที่มา liekr