Loading...
จำฝังใจไปตลอดชีวิต!!แม่ลูกอ่อนพยายามขอ "แก้วน้ำ 1 ใบ" จากร้านอาหารชื่อดัง!! แต่กลับโดนสวนกลับมาเพียงประโยคเดียว ถึงกับต้อง "ปิดบริการ" ไปอย่างถาวร!! | สนุกดี
Home » » จำฝังใจไปตลอดชีวิต!!แม่ลูกอ่อนพยายามขอ "แก้วน้ำ 1 ใบ" จากร้านอาหารชื่อดัง!! แต่กลับโดนสวนกลับมาเพียงประโยคเดียว ถึงกับต้อง "ปิดบริการ" ไปอย่างถาวร!!

จำฝังใจไปตลอดชีวิต!!แม่ลูกอ่อนพยายามขอ "แก้วน้ำ 1 ใบ" จากร้านอาหารชื่อดัง!! แต่กลับโดนสวนกลับมาเพียงประโยคเดียว ถึงกับต้อง "ปิดบริการ" ไปอย่างถาวร!!

Written By Facebook Instant on Friday, February 17, 2017 | 6:32 AM








เชื่อว่าเจ้าของร้านอาหารหลายๆคนจะถือคติที่ว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า" ต้องบริการลูกค้าเหมือนคนในครอบครัวของตัวเอง และควรมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ด้วย จะได้ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการและบอกต่อกันถึงความประทับใจให้เพื่อนๆฟังและต้องมาใช้บริการให้ได้สักครั้ง แต่ถ้าร้านไหนบริการไม่ดีก็จะส่งผลต่อความรุ่งเรืองของกิจการนั้นๆด้วย

เช่นเดียวกันร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดใกล้โรงเรียนแห่งหนึ่งขายดีทุกวัน เพราะหลังเลิกเรียนมักจะมีนักเรียนมารวมตัวต่อแถวซื้อของกินกันจำนวนมาก จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณแม่ลูกอ่อนอุ้มลูกน้อยเข้ามาในร้านและพยายามจะหาซื้อน้ำดื่มให้ลูกที่กำลังคอแห้ง แต่ด้วยความที่ร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดจึงมีแต่น้ำอัดลมขาย ซึ่งเด็กทารกไม่สามารถดื่มน้ำอัดลมแบบนั้นได้



คุณแม่ลูกอ่อนมองเห็นว่าถัดจากเคาน์เตอร์คิดเงินมีถังกดน้ำตั้งอยู่ จากนั้นเธอได้ถามพนักงานด้วยความเกรงใจและท่าทีอ่อนน้อมว่า "ขอโทษนะคะ ขอแก้วน้ำให้ฉันใบนึงได้มั้ย?" พนักงานมองคุณแม่ลูกอ่อนด้วยสายตาเย็นชาแล้วตอบกลับว่า "เอาแก้วมา" คุณแม่สะดุ้งนิดหน่อยหลังจากได้ยินพนักงานตอบกลับมาแบบนั้น เธอจึงบอกไปว่า"ขอโทษนะคะ พอดีฉันไม่มีแก้วติดมาเลยอะค่ะ" พนักงานตอบกลับมาแบบไม่แยแสว่า "งั้นก็ไม่ได้" แต่ด้วยความที่ทารกน้อยดูกระหายน้ำมาก เธอจึงอ้อนวอนพนักงานอีกครั้ง "ขอร้องนะคะ ใช้แก้วของร้านได้มั้ย ฉันจ่ายเงินให้ก็ได้ค่ะ" พนักงานเริ่มอารมณ์เสียแล้วตอบไปว่า "เราไม่ได้ขายแก้วค่ะคุณต้องซื้อน้ำ" เธอยังไม่ยอมแพ้และขอร้องอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ "เพราะเด็กไม่สามารถทานน้ำอัดลมได้ ฉันขอร้องเถอะค่ะให้แก้วฉันใบนึงเถอะนะ ฉันยินดีจ่ายเงินให้จริง ๆ นะคะ" แต่พนักงานกลับหันไปรับออเดอร์จากลูกค้าที่อยู่ถัดจากเธอไป โดยที่ไม่สนใจคำขอร้องขอเธอแม้แต่นิด

ดังนั้นคุณแม่ลูกอ่อนก็อุ้มทารกน้อยกลับบ้าน เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ครั้งนี้จึงได้บ่นกับเพื่อนบ้านเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อนบ้านได้ยินก็รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม "ร้านนี้จะงกเกินไปแล้ว! ต่อไปนี้ฉันจะไม่ไปเหยียบร้านนั้นอีก" เพื่อนบ้านกล่าวด้วยความโมโห เพื่อนบ้านคนนี้เป็นคุณครูอยู่ที่โรงเรียนที่อยู่ข้างร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดนั้น



วันถัดมาเพื่อนบ้านคนนั้นไปทำงานแล้วได้เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้เพื่อนร่วมงานฟัง ทุกคนต่างไม่พอใจกับเหตุการณ์นี้ ทำเอาคุณครูแต่ละท่านต่างพากันวิจารย์ไปต่างต่างนานาไม่ว่าจะเป็น "ร้านนี้เกินไปแล้วหรือเปล่ากะแค่แก้วใบเดียว! ร้านนี้น่าจะได้เจ๊งในเร็ว ๆ นี้แหละ!" คุณครูแต่ละท่านต่างนำเรื่องนี้ไปเล่าต่อให้กับนักเรียนของตัวเอง และนักเรียนต่างก็นำเรื่องนี้ไปเล่าต่อให้พ่อแม่ฟัง

หลังจากวันนั้น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดดังกล่าวก็ค่อย ๆ ไม่มีคนเดินเข้าไปใช้บริการ จากที่เลิกเรียนแล้วเต็มไปด้วยนักเรียนก็กลับน้อยลงจนตอนนี้ก็แทบจะไม่เห็นแล้ว จะมีเป็นบางคนที่เข้ามาซื้อแล้วก็ออกไป ทำให้ร้านดูว่างเปล่าตลอดเวลา ถึงแม้ว่าร้านจะพยายามออกโปรโมชั่นส่วนลดต่าง ๆ ออกมา แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ และหลังจากนั้นไม่นานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดดังกล่าวก็ได้ปิดตัวลง พนักงานต่างคิดไม่ถึงว่าเพียงเพราะแก้วน้ำใบเดียวจะส่งผลให้ทุกอย่างต้องจบลงแบบนี้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เพียงแค่น้ำแก้วเดียวสามารถทำให้ร้านต้องปิดตัวลง จึงแสดงให้เห็นว่าการบริการนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก หากพนักงานให้การบริการด้วยความอบอุ่นและเต็มใจ แน่นอนว่าชะตากรรมของร้านจะไม่จบลงแบบนี้

http://www.tsood.com/contents/158952/