ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร!! “ต้อม รชนีกร” เผยเหตุสามีคนแรกทำพิษ นอนไม่หลับ 4 วัน!! นน.เหลือ 35 กิโล แถมโดนแม่ตัวเองตราหน้าแบบนี้??

Loading...





ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครของ “ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี” เหตุสามีคนแรกทำพิษ นอนไม่หลับ 4 วันนน.เหลือ 35 กิโล แถมโดนแม่ตัวเองพูดว่า “ตระกูลพันธุ์มณีของเราไม่เคยเสื่อมเสีย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าทำให้เสียชื่อของตระกูลเด็ดขาด” ได้ยินขนาดนี้ยิ่งคิดหนัก

อายุ 25 ปี แต่งงานครั้งแรกในวัยเบญจเพส ในใจนึกเหมือนจะเป็นลางแต่คงไม่ใช่ นางเอกสาวเฝ้ากระซิบบอกตัวเอง งานแต่งงานแห่งปีจัดอย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ที่ใครๆ พูดถึง แต่ไม่ถึง 6 เดือนก็ต้องหย่า เพราะไปด้วยกันไม่ได้ เรื่องบางเรื่องพูดไม่ได้และขอไม่พูด นางเอกตอบเมื่อถูกถามถึงสาเหตุ โรคซึมเศร้าเป็นมาตั้งแต่ยังไม่หย่า สาเหตุก็มาจากคนที่เข้ามาในชีวิต บางทีนอนไม่ได้ 4 วันเต็ม

กินข้าวไม่ได้ อาหารที่เคยชอบ มารดาสู้อุตส่าห์ทำให้ แต่เมื่อตักเข้าปากก็อาเจียนทันที น้ำหนักตัววิกฤตเหลือ 35 กิโลกรัม ไม่มีเรี่ยวแรง ความจำสั้น กระทั่งตัวเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เธอไปพบแพทย์ โรคนี้คนรอบตัวก็ต้องพบแพทย์เพื่อคุยด้วยกัน ให้ความร่วมมือกัน สนับสนุนกัน แต่ เจ้าตัว ไปเพียงสองครั้ง โดยครั้งที่สามเขาพูดว่า ในเมื่อเธอเป็นคนป่วย เธอก็ไปสิ ฉันไม่ป่วย ฉันไม่ไป ไม่พร้อมที่จะแก้ไข ไม่พร้อมที่จะร่วมมือ





อย่าพูดถึงเขาเลย แม้จากกันไปนานมาก แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่สะดวกใจที่จะพูดถึง ช่วงนั้นกินยานอนหลับเหมือนกินลูกกวาด บำบัดเป็นปี แม้หย่าขาดจากสามีคนแรก แต่อาการก็ยังไม่จากไป กินยาหรือบำบัดด้วยยา แต่จิตใจไม่ได้รับการบำบัดก็ไม่ถือว่าดี ร่างกายกล้ามเนื้อต่างๆ ยึดตึง ต้องบำบัดอีกหลายเพลากว่าจะสั่งงานได้ปกติ เดินเป็นเดิน ก้าวเป็นก้าว แขนขาไม่เบี้ยวบิด อาการมาจากความเครียด ที่เมื่อทำกายภาพบำบัดพร้อมแก้ที่จิตใจ จึงค่อยเป็นผู้เป็นคน มารดารชนีกรหัวโบราณและคิดว่าน่าอายถ้าลูกสาวจะต้องหย่า เรื่องในบ้านไม่เคยบอกใคร ไม่เคยบอกสื่อ เพราะอิทธิพลทางความคิดที่สั่งสม เธอปกปิดเรื่องราวจากโลกและจากทุกคน ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากเห็นใคร รู้สึกผิด อยากแต่จะหนี รชนีกรช่วงที่ยังไม่หย่า ต้องแอบหนีไปนอนบ้านเพื่อน ทุกครั้งที่ใครบางคนเดินเข้ามาทางประตูหน้า เธอจะให้แม่บ้านแอบนำกระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวมาให้ที่ประตูหลังแล้วฉากหลบออกไปอย่างว่องไว ทุกครั้งๆ เข้ามารดาก็จับสังเกตได้ เริ่มถามว่ามีปัญหาอะไร ตอบมารดาไปว่าอยากหย่า รู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น วันต่อมารชนีกรกลับบ้าน เธอเจอโน้ตลายมือมารดาเขียนกระดาษติดไว้หน้าโต๊ะกระจกว่า “ตระกูลพันธุ์มณีของเราไม่เคยเสื่อมเสีย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าทำให้เสียชื่อของตระกูลเด็ดขาด”





สัญญาณจากทุกคนไม่ยอมให้เธอหย่า หากวันหนึ่งอาการหนักมาก ต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล มารดามาเฝ้าไข้ อีกเพื่อนฝูงคนสนิทก็มาเฝ้าไข้อยู่ด้วยพร้อมกัน ถึงขนาดนี้อดีตสามีก็ยังตามมามีปากเสียงกันหน้าเตียงในโรงพยาบาลนั่นเอง ถึงจุดนี้เองที่คิดว่าไม่ไหวแล้ว เธอออกปากกับคุณลุงที่นับถือกันเป็นญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ขอให้เขาไม่อยู่ในชีวิต ไม่อย่างนั้นเป็นฝ่ายเธอเองที่จะไม่มีชีวิต ไม่เพียงต้องอาศัย บารมี ของคุณลุงท่านนั้นเท่านั้น ยังมีมารดาบุญธรรมที่ต้องบินด่วนจากต่างประเทศ เพื่อ เคลียร์ เรื่องทั้งหมดให้จบสิ้น
จบเรื่องแล้วแต่น้ำยังไม่สะเด็ด หย่าสำเร็จแต่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง สังคมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คำถามอยากรู้ปนความสมเพชว่า ทำไมถึงหย่าล่ะ ทั้งๆ ที่ได้สามีดี หน้าตาดี ชาติตระกูลดี ร่ำรวย ผู้สื่อข่าวบางคนปีนเข้าบ้านตอนตี 2 เพื่อทำข่าว รชนีกรพูดถึงตัวเองว่าเหมือนสติจะแตก ทำไม ทำไมและทำไม ฉันก็แค่หย่า

เมื่อเรื่องของเราไม่ใช่เรื่องของเรา เป็นช่วงเดียวกับที่รู้สึกอิ่มตัวจากงานแสดง รชนีกรบินไปพักผ่อนจิตใจที่ต่างประเทศ โดยไปพักกับพี่สาวซึ่งเป็นญาติห่างๆ เมื่อกลับถึงเมืองไทยได้มารดาบุญธรรมที่เดินทางมาจากฟลอริดา ช่วยดูแลเรื่องงานแถลงข่าว (หย่า) รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่ ออฟเรคคอร์ด แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับที่มารดาบุญธรรมได้บินมาพร้อมเพื่อน ซึ่งก็คือคุณแม่ของซาฮีน สามีใหม่ในอนาคตของรชนีกร รู้จักกันครั้งแรกท่ามกลางความยุ่งเหยิงของการหย่าร้าง หากในเวลาต่อมาคุณแม่ของซาฮีนก็บินมาประเทศไทยอีกหลายครั้งเพื่อติดต่อขายเครื่องบินขนาดเล็กในไทย ซาฮีนบินมาด้วย ไปๆ มาๆ หลายครั้งจนสนิทสนม ก่อกำเนิดเป็นความรัก เขาขอเธอแต่งงานในที่สุด รชนีกรรับรักหนุ่มต่างชาติ ตัดสินใจแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่ที่ต่างประเทศบ้าง ประเทศไทยบ้าง กระทั่งตั้งครรภ์ 4 เดือน จึงตกลงใจปักหลักและคลอดที่สหรัฐบ้านเกิดสามี





ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสามีให้ความรักอย่างเกินพอดี รักมากเกินไป ไม่ให้ทำอะไรหรือไปไหน รชนีกรตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าเพราะคิดว่า เธอกำลังตกนรกความรักของผู้ชายคนนี้ ก็รัก…ใช่ แต่มันมากเกินไป เธอเคยเป็นนักแสดง เป็นคนทำงาน อยู่ดีๆ จับมานั่งเฉยๆ ให้อยู่แต่บ้าน ขนาดเฮอริเคนมายังไม่ยอมให้หนี จะเอาอะไร ซื้อให้ทุกอย่าง เขาถามทำไมล่ะฉันให้เธอทั้งบ้านที่สวยงาม และลูกที่น่ารัก ฉันผิดตรงไหน ซาอีไม่เข้าใจความเหงา แต่ละวันที่ผ่านไป รัชนีกรแทบไม่ได้ออกจากบ้าน นี่หรือคือฉัน

จึงตัดสินใจเด็ดขาดเมื่อถูกตราหน้าว่าจะกลับเมืองไทย เมื่อถูกต่อหน้าว่า เธอจะกลับประเทศไปทำไม เธอก็แค่ดาราแก่ๆ ใครเขาจะมาดู ใครจะสนใจ ประเทศเธอก็จนๆทั้งนั้น แล้วจะมีปัญญาเลี้ยงลูกฉันหรือ คำพูดจากซาอีนทำให้เจ็บปวดมาก นี่เราทิ้งเมืองไทยมาเพื่ออยู่เดินไปมา พูดคุยกับฝาห้องงั้นหรือ พอทนไม่ไหวก็กรี๊ดสุดเสียง ขว้างปาสิ่งของ เอาล่ะฉันต้องมีสติเท่านั้น





ในที่สุดแผนการหนีเริ่มขึ้น การสู้รบในศาลเธอย่อมแพ้แน่นอน จึงไปปรึกษาพ่อของซาอีน ซึ่งพ่อและภรรยาใหม่ของซาอีนเห็นใจ จึงได้ช่วยให้เธอได้ออกจากบ้านบ้าง เช่นไปเรียนภาษา เพื่อจะได้เป็นประโชน์ต่อการหนี พอเริ่มเขียนได้จึงได้เริ่มเขียนถึงชีวิตที่เธอได้เจอมา และขอความช่วยเหลือ

สุดท้ายจึงซื้อตั๋วเครื่องบินและส่งไปที่บ้านครู การตัดสินใจครั้งนี้คิดแผนการหนีถึง 4 เดือน ในช่วงระหว่างนี้จึงเตรียมซื้อของส่งกลับไทย เพราะลูกแพ้นมวัว สามวันที่บินกลับไทย ซาอีนอ้อนวอนขอโทษ ขอให้กลับ เกือบใจอ่อน แต่มานึกถึงลูก จะโตมาในสภาพไหน แบบเธอหรือ ไม่ได้ออกไปไหนต้องเกาะประตูเพื่อดูคนอื่นเล่นกัน จึงไม่กลับไปอีก แต่ต้องทำพาสปอร์ต จึงได้โทรให้ส่งเอกสารของลูกมาให้ ซาอีนยังบอกอีกว่ายังรักและรออยู่



เมื่อเลิกกันไม่ขออะไร ไม่เอาอะไร ขอแค่ชีวิตไม่กดดันอีก ปัจจุบันใช้ชีวิตคู่กับนักธุรกิจนอกวงการแบบไม่มีพันธะ อยู่กันแบบเพื่อนชีวิต มีลูกชายอีก 1 คนชื่อน้องวิน เมื่อมองย้อนไปไม่เสียดาย ไม่สูญเสีย ทุกอย่างคือบทเรียน วันนี้บอกเลยไม่อยากเสียวลากับใคร ชีวิตคู่มันยาก อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป ไม่ยึดติด ขออยู่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด สบายใจที่สุดไม่ยื้อ…


ที่มา: kratips.com
ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร!! “ต้อม รชนีกร” เผยเหตุสามีคนแรกทำพิษ นอนไม่หลับ 4 วัน!! นน.เหลือ 35 กิโล แถมโดนแม่ตัวเองตราหน้าแบบนี้?? ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร!! “ต้อม รชนีกร” เผยเหตุสามีคนแรกทำพิษ นอนไม่หลับ 4 วัน!! นน.เหลือ 35 กิโล แถมโดนแม่ตัวเองตราหน้าแบบนี้?? Reviewed by Facebook Instant on 2:31 AM Rating: 5

No comments:

Powered by Blogger.