ด่าแม่เลี้ยงว่า “อีชู้” มาตลอดชีวิต!! เเต่เมื่อเธอออกไปจ่ายตลาด โทรศัพท์ที่เเม่เลี้ยงลืมเอาไว้ ทำให้ฉันได้เห็นความจริงบางอย่าง?? ทำฉันน้ำตาไหลไม่หยุด !!




เป็นเรื่องราวของหญิงสาวท่านนึง ซึ่งได้เล่า ประสบการณ์ชีวิตของตัวเธอเอง ว่าเกิดอะไรขึ้นกลับ ครอบครัว ของเธอเเละ เเม่เลี้ยง การเข้าใจผิดระหว่างเธอกลับ เเม่เลี้ยง นั้นทำให้เกิดเรื่องต่างๆมากมาย ซึ่งกว่าเธอจะรู้ความจริงนั้น ทำให้ได้รู้ว่า เเม่เลี้ยง ของเธอนั้น รักเธอ มากเเค่ใหน ลองไปอ่านเีื่องราวของเธอกันเลยจ้าาา.!!!
ตอนนั้นฉันยังเล็กมาก ไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แค่รู้ว่าคนข้างนอกพูดกันว่าพ่อทิ้งแม่เพราะมือที่สาม หลังจากพ่อกับแม่หย่ากัน แม่ก็เสียใจมากจนไปกระโดดแม่น้ำตาย ยายของฉันโกรธมากพาคนมาโวยวายเป็นการใหญ่ ทำลายข้าวของ แล้วก็ทำร้ายร่างกายพ่อ
ฉันเกลียดแม่เลี้ยงมากขึ้น ฉันคิดว่าเธอเป็นต้นเหตุของปัญหาทุกอย่าง วันแรกที่เธอลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในบ้าน ฉันยืนชี้หน้าด่าเธอ : อีชู้ อีมือที่สาม บ้านฉันไม่ต้อนรับแก ฉันตะโกนออกไปแบบนั้น แล้วก็เอาไข่ไก่ที่อยู่ในมือปาใส่เธอ เธอไม่ส่งเสียงร้องใดๆ ยืนนิ่งไม่ขยับ เป็นพ่อเองที่เข้ามาจับฉันไว้ ฉันสู้แรงพ่อไม่ได้ร้องไห้ออกมา

ตั้งแต่แม่เลี้ยงย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ชีวิตเธอก็ไม่สงบสุขนัก ฉันแกล้งเธอทุกครั้งที่มีโอกาส คิดว่าเธอเป็นแค่พี่เลี้ยง อะไรไม่พอใจก็จะด่าออกมา เธอไม่เคยโต้เถียงอะไร ก้มหน้าก้มตาซักผ้าทำอาหาร
พ่อเองก็ค่อยๆเย็นชากับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเธอว่าไม่ดูแลฉันให้ดี ไม่สมเป็นแม่ แม่เลี้ยงได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเธอร้องไห้ ฉันโคตรดีใจ แอบคิดในใจ : อีชู้ ในที่สุดก็มีวันนี้ ทุกครั้งเวลาถึงวันขึ้นปีใหม่แม่เลี้ยงจะต้องอยู่บ้านคนเดียวครอบครัวของพ่อไม่ต้อนรับเธอ ตอนนี้มานั่งคิดๆดูเธอก็น่าสงสารมาก ไม่ได้รับการยอมรับจากคุณปู่คุณย่า แม้ว่าจะมาเป็นเมียแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเห็นเธอในสายตา

ฉันแอบดีใจกับตัวเอง ยิ่งพ่อปฏิบัติกับเธอแย่ลงแค่ไหน ฉันก็ยิ่งดีใจ ฉันภาวนาทุกวันขอให้พ่อกับแม่เลี้ยงหย่ากัน นั่นแหล่ะฉันถึงจะปล่อยวางได้

จนกระทั่งพ่อเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารแล้วจากไป ฉันถึงได้รู้ว่าแม่เลี้ยงเป็นคนยังไงจริงๆ
ตอนที่พ่อไม่สบาย บ้านเราก็ฐานะแย่ลง แต่แม่เลี้ยงก็ไม่ทิ้งพ่อไปไหน ไม่มีเงิน เธอก็ไปขอยืมมาจากแม่เธอ ไปรับจ้างทำงานข้างนอก แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน พ่อก็จากไปอยู่ดี งานศพพ่อวันนั้น ปู่กับย่าก็ไม่ยอมให้เธอปรากฏตัว ฉันเห็นเธอใส่ชุดดำยืนอยู่ไกลลิบๆ ไม่มีปากเสียงใดๆ

หลังจากงานศพของพ่อ ตอนแรกฉันคิดว่าแม่เลี้ยงจะทิ้งฉันไปแต่งงานใหม่ แต่เธอกลับไม่ทำอะไร ยังคงทำงานบ้านทำกับข้าวเหมือนอย่างเดิม ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวแย่ลงไปอีก เธอก็ยังพยายามซื้ออาหารดีๆมีประโยชน์มาทำให้ฉันกิน ฉันรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมานิดหน่อย

เพราะว่าคุณปู่คุณย่าช่วยส่งเสียต่อ ฉันก็เลยเรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้ หลังเรียนจบฉันก็ออกมาอยู่ข้างนอก เหลือแต่แม่เลี้ยงอาศัยอยู่ที่บ้านเดิม จนถึงตอนที่ฉันแต่งงาน เธอเองก็ยังไม่แต่งงานใหม่

หลังแต่งงานฉันลองย้อนกลับไปมองดู มีหลายๆครั้งที่แม่เลี้ยงร้องไห้เพราะสิ่งที่พ่อทำ เราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ฉันรู้ว่าเธอรักพ่อด้วยใจจริง
หลังจากฉันคลอดลูกสาว ไม่มีใครมาช่วยอยู่ไฟให้ (แม่สามีเสียไปนานแล้ว) ฉันไม่รู้จะไปหาใครช่วยก็เลยโทรหาเธอ ให้เธอมาช่วยดูแลฉันหนึ่งเดือน เธอรับปากทันที แล้วก็เดินทางมาคืนนั้นเลย
เธอดูแลฉันอย่างดีตอนอยู่ไฟ ทำอาหารซักผ้าด้วยตัวคนเดียว บางครั้งฉันก็สงสัย แม่เลี้ยงไม่เคยมีลูกทำไมรู้ว่าต้องดูแลฉันยังไง ต่อมามีครั้งหนึ่งเธอออกไปจ่ายตลาดแต่ลืมมือถือไว้ ฉันถึงได้รู้ความจริง
วันนั้น แม่เลี้ยงไปจ่ายตลาดตามปกติ แต่ลืมเอามือถือไปด้วย ฉันกำลังพักผ่อนอยู่ โทรศัพท์ของเธอก็ดังไม่หยุด ฉันก็เลยรับ เพื่อนของเธอโทรมา หลังจากวางสาย ฉันก็กดไปโดนช่องค้นหาโดยไม่ได้ตั้งใจ หัวข้อที่เคยค้นไว้ล้วนเกี่ยวกับ ผู้หญิงอยู่ไฟต้องกินอะไร ห้ามกินอะไร ประมาณนั้น
วินาทีนั้นเองฉันก็น้ำตาไหล หลายปีที่ผ่านมา แม่เลี้ยงรักและดูแลฉันอย่างจริงใจ ฉันควรจะยอมรับเธอดีๆ หลังจากเธอกลับมาบ้าน ฉันก็เรียกเธอเบาๆว่า “แม่” เธอนิ่งไป หมุนตัวกลับมามองฉันน้ำตาไหล แล้วก็เข้าไปทำอาหารให้ฉันกินตามปกติ

No comments

Powered by Blogger.