Loading...
รู้ไหม??? ปัจจัยโยม อาตมาเอาไปทำอะไร??ปิดโคตรขุมทรัพย์ธรรมกาย เมื่อตัวจริงออกโรงแฉ ทวงคืนทุกแดงจาก”ธัมมชโย”!! | สนุกดี
Home » » รู้ไหม??? ปัจจัยโยม อาตมาเอาไปทำอะไร??ปิดโคตรขุมทรัพย์ธรรมกาย เมื่อตัวจริงออกโรงแฉ ทวงคืนทุกแดงจาก”ธัมมชโย”!!

รู้ไหม??? ปัจจัยโยม อาตมาเอาไปทำอะไร??ปิดโคตรขุมทรัพย์ธรรมกาย เมื่อตัวจริงออกโรงแฉ ทวงคืนทุกแดงจาก”ธัมมชโย”!!

Written By Facebook Instant on Thursday, February 23, 2017 | 3:09 AM




รู้ไหมปัจจัยโยม อาตมาเอาไปทำอะไร!?!…เปิดโคตรขุมทรัพย์ธรรมกาย เมื่อตัวจริงออกโรงแฉ ทวงคืนทุกแดงจาก”ธัมมชโย”

ถือเป็นประเด็นร้อนที่ต้องเกาะติดตลอดทั้งวันนี้ สำหรับปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่วัดธรรมกาย ที่จะมีการพูดคุยอีกหนึ่งรอบระหว่างเจ้าหน้าที่ดีเอสไอกับตัวแทนวัดธรรมกาย เพื่อหาข้อยุติในการเปิดให้เข้าตรวจสอบภายในวัดธรรมกายตามหมายค้นของศาลอาญา และการติดตามจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาคดีอาญาตามหมายจับของศาลยุติธรรม



ซึ่งล่าสุด นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในนาม “สิริอัญญา” แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับการประพฤติตัวของสงฆ์อย่างพระธัมมชโยและแนวทางการฟื้นฟูวัดพระธรรมกาย มีใจความสำคัญ กล่าวถึงการบิดเบือนคำสอนจนทำให้เกิดความผิดเพี้ยนในวิธีการปฏิบัติของเหล่าพุทธศาสนิกชน โดยมีสาระสำคัญปรากฎดังต่อไปนี้





“ สิ่งที่เรียกว่าลัทธิธรรมกายนั้น ประกอบขึ้นด้วยองค์ประกอบสำคัญคือคำสอนที่บิดเบือนหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ที่มุ่งเน้นแสวงหากำไรจากการค้าบุญและสวรรค์อย่างหนึ่ง วัดพระธรรมกายอย่างหนึ่ง และมูลนิธิหรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นมือไม้ของลัทธิธรรมกายอย่างหนึ่ง รวมทั้งสิ่งที่เรียกว่าสำนักสงฆ์ซึ่งไม่ใช่วัดในพระพุทธศาสนาอีกอย่างหนึ่ง
ลัทธิธรรมกายได้เริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยเกือบ 50 ปีแล้ว ได้ใช้กลวิธีทางการตลาด ทางการเงิน และกลไกอำนาจ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดำเนินงาน จนกระทั่งเติบใหญ่ สามารถขยายเครือข่ายได้อย่างกว้างขวาง จนสามารถมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารกิจการศาสนาของประเทศไทย
ถึงขนาดรัฐบาล พรรคการเมืองและนักการเมืองหลายยุคหลายสมัยต้องยอมสยบให้เพื่อเอื้อเฟื้อสนับสนุนกันและกัน จนถึงขั้นแก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์ ยึดพระราชอำนาจได้สำเร็จ และหวุดหวิดจะตั้งสังฆราชพวกกันเองได้สำเร็จ
แต่เดชะบุญแผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ สนช. ได้แก้กฎหมายคณะสงฆ์ถวายคืนพระราชอำนาจและมีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธา ความเคารพบูชาของพุทธศาสนิกชน เป็นสิริมงคลใหญ่ห

ลวงแผ่นดินในทุกวันนี้

จากการเปิดเผยของลัทธิธรรมกายเองปรากฏว่า ได้แสดงรายการทรัพย์สินที่มีมูลค่ารวมกันประมาณ 4 ล้านล้านบาท แต่ไม่เคยแสดงที่มาของรายได้และการเสียภาษี ซึ่งเป็นปมปัญหาสำคัญ

การบิดเบือนพระธรรมวินัยได้ถูกวินิจฉัยโดยพระประมุขสงฆ์ คือสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่าเป็นอนันตริยกรรมที่ผู้กระทำขาดความเป็นภิกษุกแล้ว แต่เครือข่ายในลัทธิได้อุ้มชูไม่เอาผิด ตั้งขึ้นเป็นเจ้าอาวาสซึ่งผิดกฎหมาย และยังขอรับพระราชทานสมณศักดิ์ให้อีก

ลัทธิธรรมกายได้ย่ำยีกฎหมายบ้านเมืองสารพัดที่จะทำ ต่อประเทศชาติได้ตั้งรัฐอิสระขึ้น และตั้งตนไว้เหนือกฎหมาย รุกเข้ายึดเอาที่หลวงหลายแห่งหนในทั่วประเทศ โดยไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง กระทั่งสามารถบงการให้ข้าราชการจำนวนหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการเป็นทาสรับใช้ จัดส่งเด็กนักเรียนไปเข้ารับการฝึกอบรมลัทธิธรรมกายต่อประชาชนก็ตั้งเครือข่ายหลอกลวงต้มตุ๋นในรูปบริษัทบ้าง มูลนิธิบ้าง สหกรณ์บ้าง เฉพาะกรณีเครือข่ายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นแห่งเดียวก็ฉ้อโกงเงินประชาชนถึงกว่า 30,000 ล้านบาท



ล่าสุดหัวโจกใหญ่ของลัทธิธรรมกายต้องคดีอาญาหลายร้อยคดี กระทั่งศาลออกหมายเรียกหมายจับหลายคดี แทนที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกลับหลบหนีและขัดขวางการจับกุม ถึงขั้นระดมพลมาพิทักษ์รักษารัฐอิสระของตน ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชน

ล่าสุดก็ทำการชักศึกเข้าบ้าน เปิดการประสานงานไปยังเครือข่ายต่างๆ ในต่างประเทศ เพื่อให้กดดันรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นพฤติกรรมทรยศชาติที่ไม่อาจให้อภัยได้
จากนั้นทางรัฐบาลก็ได้บังคับใช้กฎหมายในการตรวจค้นเพื่อติดตามจับกุมหัวโจกใหญ่ของลัทธิธรรมกาย รวมทั้งแกนนำ ซึ่งขณะนี้ยังมีการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานอยู่ แต่ในที่สุดอำนาจรัฐจะต้องสามารถจัดการกับขบวนการลัทธิธรรมกายได้อย่างแน่นอน

คงเหลือปัญหาว่าเมื่อสามารถควบคุมพื้นที่และดำเนินคดีกับบรรดาผู้กระทำความผิดตามกฎหมายแล้ว จะดำเนินการฟื้นฟูวัดพระธรรมกายกันอย่างไร? เพราะวัดพระธรรมกายกับลัทธิธรรมกายนั้นเป็นคนละส่วนกัน คือวัดพระธรรมกายยังคงเป็นวัดในพระพุทธศาสนาและอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายคณะสงฆ์ และกฎหมายต่าง ๆ ของประเทศไทย ส่วนลัทธิธรรมกายนั้นเป็นพวกนอกรีต



ในส่วนที่เป็นวัดในพระพุทธศาสนาจะต้องฟื้นฟูดำเนินการต่อไป เพื่อรักษาความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและทำให้ความศรัทธานั้นเป็นสัมมาศรัทธาในพระพุทธศาสนา และส่วนที่ต้องจัดการให้ถูกต้องก็คือลัทธิธรรมกาย ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่ถูกต้องและเป็นไปได้ในการฟื้นฟูวัดพระธรรมกายอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งที่สำคัญเห็นจะมีดังต่อไปนี้

ประการแรก แนวทางฟื้นฟูวัดพระธรรมกาย

ข้อแรก มหาเถรสมาคมจะต้องเปลี่ยนแปลงและแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายจากพระสงฆ์ทรงธรรมวินัยในพระพุทธศาสนา เพื่อทำหน้าที่ปกครองวัดพระธรรมกายให้เป็นไปตามพระธรรมวินัยและกฎหมาย แทนที่จะให้ใครก็ไม่รู้แอบบริหารจัดการโดยมีแค่ผู้รักษาการที่อยู่ในต่างประเทศเพื่อให้ไกลจากเงื้อมมือของกฎหมายดังที่เป็นมาในอดีต

ข้อสอง เจ้าอาวาสจะต้องตั้งคณะกรรมการบริหารวัดชุดใหม่ หรือจะเรียกว่าคณะมัคนายกของวัดชุดใหม่ก็ได้ ประกอบขึ้นจากพุทธบริษัทที่มีความซื่อตรงต่อพระพุทธศาสนาและมีความสามารถในการบริหารจัดการวัดและทรัพย์สินของวัดได้อย่างถูกต้อง และสนับสนุนให้คณะกรรมการบริหารนี้สามารถเข้าบริหารจัดการได้อย่างแท้จริง

ข้อสาม เจ้าอาวาสจะต้องทำการชำระสะสางนักบวชในวัดที่เหลืออยู่ว่าใครเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ใครเป็นอลัชชีเดียรถีย์ จากนั้นก็ยกย่องพระสงฆ์ให้ปฏิบัติพระธรรมวินัยให้เป็นแบบอย่าง และขับไล่พวกอลัชชีเดียรถีย์ออกไปไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้องในวัดอีก

ข้อสี่ คณะกรรมการบริหารวัดจะต้องรีบสำรวจทรัพย์สินของวัดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากนั้นทำบัญชีงบดุล และบัญชีรายได้ รายจ่าย เปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกันต่อจากนั้นก็เริ่มดำเนินการจัดการกับพวกอั้งยี่ซ่องโจร และพวกหลอกลวงต้มตุ๋นที่แฝงตัวเข้ามาโกนหัวห่มเหลือง หลอกลวงว่าเป็นพระในพระพุทธศาสนา รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงประชาชน และการหลีกเลี่ยงภาษี ดังต่อไปนี้

ข้อแรก จะต้องทำการตรวจสอบการได้มาซึ่งทรัพย์สินของลัทธิธรรมกายโดยเฉพาะที่ถือในรูปของมูลนิธิ บริษัท และในรูปแบบอื่นว่ามีจำนวนเท่าใด และได้เสียภาษีถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็ประเมินเรียกเก็บหรือยึดเอามาขายทอดตลาดตามประมวลรัษฎากร ซึ่งอาจจะได้ค่าภาษีพร้อมเงินเพิ่มเบี้ยปรับหลายแสนล้านบาท

ข้อสอง รัฐบาลจะต้องตั้งคณะกรรมการกำกับการดำเนินคดีกับลัทธิธรรมกายทั้งหมดว่ามีอยู่กี่คดี เพื่อให้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยถูกต้อง ไม่ถูกบิดเบือนหรืออุ้มชูกันให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของกฎหมายดังที่ผ่านมา และในกรณีพบว่าคนใดไม่ใช่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จะต้องบังคับเอาผ้าเหลืองออกและดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้นอย่างเฉียบขาด

ข้อสาม จะต้องดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินกับเครือข่ายทั้งหมดเพื่อยึดทรัพย์ของประชาชนที่ถูกหลอกลวงต้มตุ๋นคืนแก่ผู้ถูกหลอกลวง หรือเพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน

ข้อสี่ ต้องสำรวจทรัพย์สินในต่างประเทศรวมทั้งเครือข่ายที่ใช้ชื่อวัดพระธรรมกายเพื่อยึดกลับมาเป็นของวัดให้ถูกต้องตามเจตนาของผู้ศรัทธา

ด้วยประการเหล่านี้ การกำจัดกบฏผีบุญครั้งใหญ่ครั้งที่สามในยุครัตนโกสินทร์ก็จะประสบความสำเร็จและบังเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง??



ซึ่งหลังจากที่นายไพศาล พืชมงคล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กไปแล้ว ก็มีผู้คนในโลกออนไลน์มาแสดงความคิดเห็นร่วมด้วย







-ขอบคุณข้อมูลจาก zocialx-