Loading...
ทำอย่างไร เมื่อมีสิ่งของติดคอลูก??วันนี้เรามีวิธีมาให้ดู (มีคลิป+รายละเอียด) | สนุกดี
Home » » ทำอย่างไร เมื่อมีสิ่งของติดคอลูก??วันนี้เรามีวิธีมาให้ดู (มีคลิป+รายละเอียด)

ทำอย่างไร เมื่อมีสิ่งของติดคอลูก??วันนี้เรามีวิธีมาให้ดู (มีคลิป+รายละเอียด)

Written By Facebook Instant on Saturday, February 18, 2017 | 7:16 PM








เมื่อลูกน้อยถึงวัยซุกชน เป็นนักสำรวจ ทุกอย่างก็อยากจะชิมจะอมไปหมด คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังมากๆ เลย อุบัติเหตุสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดคอเกิดขึ้นได้ค่ะ วันนี้มีคลิปวีดีโอ 2 นาทีจากกาชาดอังกฤษ และคำอธิบายภาษาไทย เป็นช็อตๆ มาฝากค่ะ รู้ไว้ใช่ว่า เผื่อฉุกเฉินค่ะ





การปฐมพยาบาล (เด็กเล็ก ยังมีสติ)

1. วางเด็กคว่ำลงบนท้องแขน โดยใช้มือคุณแม่รองศีรษะลูกในลักษณะที่ลำตัวอยู่สูงกว่าศีรษะ

2. ใช้ฝ่ามือเคาะหลัง ระหว่างกระดูกสะบักสองข้าง 5 ครั้งติดต่อกัน ตรวจดูในปากว่าสิ่งแปลกปลอมออกมาหรือยัง ถ้ายัง

3. พลิกเด็กนอนหงายบนท้องแขน รองท้องแขนด้วยตัก โดยให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าลำตัว

4. กดกลางหน้าอกด้วยนิ้ว 2 นิ้ว (บริเวณกึ่งกลางระหว่างหัวนมทั้ง 2 ข้างลงมา) 5 ครั้ง ระวัง! อย่ากดต่ำกว่าซี่โครงลงมา

5.ทำซ้ำขั้นที่ 1-4 จนกว่าของที่ติดอยู่จะหลุดออกมา ระหว่างที่ทำ ให้เรียกรถพยาบาล หรือเตรียมพาเด็กไปพบแพทย์โดยด่วน

**ถ้ามองไม่เห็นสิ่งของที่ติดคอ ไม่ควรใช้มือล้วงเด็ดขาด เพราะจะยิ่งดันให้สิ่งของลึกลงไปอีกได้









มีอะไรบ้างที่ติดคอได้?

- สิ่งของต่างๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า “แกนกระดาษทิชชู่” เช่น เหรียญ เมล็ดผลไม้ เมล็ดถั่ว
- ขนมลักษณะนุ่มนิ่ม เช่น เยลลี่
- ชิ้นส่วนเล็กๆ จากของเล่น เช่น กระดุม ลูกปัด ต้องดูให้ดี ถ้ามีชิ้นส่วนที่เสี่ยงจะหลุดออกมาได้ ก็ไม่ควรจะให้เด็กเล็กเล่น ควรจะดูคำแนะนำเรื่องวัยที่เหมาะสมกับของเล่นชิ้นนั้นๆ

กันไว้ดีกว่าแก้

สิ่งของแปลกปลอมติดคอเด็กจนขาดอากาศ เป็นสาเหตุอันดับที่ 4 ของการตายในเด็กเล็กวัย 0-5 ปี ฉะนั้น ควรจะดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด
- ขนมพวกเยลลี่หรือของที่นุ่มนิ่ม ควรใช้ช้อนตักแล้วป้อนลูก อย่าปล่อยให้ลูกกินเองคนเดียว
- ผลไม้ที่มีเมล็ด ดูให้แน่ใจว่าเอาเมล็ดออกหมดก่อนให้ลูกกิน
- สำหรับอาหารที่มีก้าง กระดูก เช่น ปลา ควรจะเลาะก้างออกก่อนจะให้ลูกกิน
- สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวลูก และเก็บสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายให้พ้นมือ

กรณีลูกหน้าเขียว หมดสติ จากสิ่งของติดคอ ต้องทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) มาติดตามกันต่อในตอนต่อไปนะคะ

ที่มา: https://pantip.com/topic/30668583


(คลิป)