Loading...
“คนใช้สาว” พาลูกชายมากินข้าวใน “ห้องน้ำสุดหรู” บ้านเศรษฐีใหญ่!! ไม่คาดฝัน...เมื่อเกิดเรื่องสุดเซอร์ไพร์ส ที่ทำให้พวกเขาไม่มีวันลืมไปทั้งชีวิต?? | สนุกดี
Home » » “คนใช้สาว” พาลูกชายมากินข้าวใน “ห้องน้ำสุดหรู” บ้านเศรษฐีใหญ่!! ไม่คาดฝัน...เมื่อเกิดเรื่องสุดเซอร์ไพร์ส ที่ทำให้พวกเขาไม่มีวันลืมไปทั้งชีวิต??

“คนใช้สาว” พาลูกชายมากินข้าวใน “ห้องน้ำสุดหรู” บ้านเศรษฐีใหญ่!! ไม่คาดฝัน...เมื่อเกิดเรื่องสุดเซอร์ไพร์ส ที่ทำให้พวกเขาไม่มีวันลืมไปทั้งชีวิต??

Written By Facebook Instant on Wednesday, March 1, 2017 | 7:10 PM








เป็นเรื่องราวสุดประทัยใจที่ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจใครหลายๆคน เมื่อมีการแชร์เรื่องราวของหม่ายสาวจนๆ ลูกติดรายหนึ่งเธอเป็นคนที่ขยันขันแข็ง โดยในช่วงกลางวันเธอทำงานเป็นแม่บ้านในบ้านคนมีฐานะ พอตกดึกเธอต้องกลับไปดูแลลูกชายวัย 4 ขวบ เมื่อเจ้านายรู้เรื่องเธอดังนั้นจึงเกิดความสงสารบอกให้เธอพาลูกชายมาอยู่ด้วยได้ เขารับปากว่าจะให้กินอยู่ฟรีโดยไม่หักเงินเดือนแม้แต่บาทเดียว แต่เธอก็รู้สึกเกรงใจจึงตอบปฏิเสธนายจ้างไป ส่วนนายจ้างเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่แท้ที่จริงแล้ว เธอกลัวว่าช่องว่างระหว่างความจนและความรวย อาจส่งผลกระทบต่อลูกชายในอนาคตได้ เพราะบ้านของเจ้านายมีห้องมากมาย แม้แต่ห้องน้ำเล็กที่สุดก็ยังใหญ่กว่าห้องของเธอกับลูกที่อยู่อาศัยกันในทุกๆวันนี้เลย


อยู่มาวันหนึ่ง เจ้านายของเธอต้องการจัดงานเลี้ยงที่บ้าน แต่คนงานไม่พอ เขาจึงขอให้เธอทำโอทีเพิ่ม เธอได้รับปากแต่ในใจก็เป็นห่วงลูกชายที่บ้าน เจ้านายจึงบอกให้พาลูกชายมาที่บ้านจะได้ไม่ต้องกังวล เมื่อเธอพาลูกชายมาถึงบ้าน แขกก็เริ่มทยอยมากันแล้ว เธอจึงเข้าบ้านจากประตูข้างหลัง จากนั้นก็ให้ลูกชายมาอยู่ในห้องน้ำหลังบ้าน เธอนำไส้กรอกกับขนมปังที่ซื้อมาใส่จานตั้งไว้ให้ลูกชายรับประทาน


ลูกชายตื่นตาตื่นใจกับห้องน้ำที่ใหญ่มโหฬารในบ้านของเจ้านายมาก เด็กน้อยไม่รู้จักชักโครก เขาไม่รู้ว่าของที่วางอยู่ที่อ่างล้างมือคืออะไรและกลิ่นหอมภายในห้องน้ำนั้นก้ชวนหลงใหลเป็นอย่างมาก



เธอบอกลูกชายว่า “แม่พาหนูมางานเลี้ยงนี้ด้วย แต่ลูกยังเด็ก ห้ามนั่งร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ เจ้านายของแม่ได้เตรียมห้องเอาไว้ให้แล้ว” จากนั้นเด็กชายวางจานไว้บนฝาชักโครก และนั่งบนพื้นหินอ่อนสุดหรู พร้อมกับทานไส้กรอกกับขนมปังไปร้องเพลงไป


ภายในงานเลี้ยง เจ้านายสังเกตเห็นว่าเด็กชายไม่มาด้วย จึงไปถามเธอว่าเด็กไปไหน เธอตอบว่าสงสัยออกไปวิ่งเล่นที่สนามตามประสาเด็ก แต่เจ้านายไม่เชื่อจึงเดินตามหาเด็กชายตามห้องต่าง ๆ จนมาถึงห้องน้ำห้องนี้ เขาได้เปิดประตูจึงได้พบเด็กชายกำลังนั่งเล่นอยู่


เขาได้ถามเด็กชายว่า “ทำไมมานั่งกินในนี้ ไม่รู้หรือว่านี่เป็นห้องอะไร” เด็กน้อยตอบอย่างไร้เดียงสา “แม่บอกว่าห้องนี้คือห้องที่เจ้านายของแม่เตรียมไว้ให้ผมเป็นพิเศษ ไส้กรอกอันนี้อร่อยมากเลย ผมไม่ได้กินนานแล้ว แล้วคุณคือใคร มากินด้วยกันไหม เดี๋ยวผมแบ่งให้”







เจ้านายรู้สึกสงสารจนแทบน้ำตาไหล แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มให้เด็กทำให้เขาหวนนึกถึงช่วงที่เขากับพ่อแม่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวง ตอนนั้นยากจนมากเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ต่อมาเขาได้เดินกลับเข้าไปในงาน แล้วบอกแขกทุกคนในงานว่า “ผมขอโทษที่ไม่อาจร่วมโต๊ะกับพวกท่านได้อีก ผมต้องไปนั่งร่วมโต๊ะกับแขกวีไอพี หวังให้ทุกท่านจะสนุกสนานกับงานเลี้ยงนี้”



เมื่อพูดจบเขาก็ตักอาหารใส่จานและเดินไปหาเด็กชายในห้องน้ำ เขานั่งลงบนพื้นแบบเดียวกัน หันหน้าเข้าหากัน แล้วพูดว่า “อาหารแสนอร่อยกับห้องหรูหราขนาดนี้ ถ้าเธอกินคนเดียวก็น่าเสียดายแย่ ฉันขอนั่งกินด้วยคนนะ” เขากับเด็กชายได้นั่งรับประทานอาหารไปและร้องเพลงไปด้วยกัน แถมยังคุยกันหลายเรื่อง เขาบอกเด็กชายว่า แม่ของเด็กเป็นคนขยันและยิ่งใหญ่ ต้องภาคภูมิใจในตัวแม่ และต้องทำเพื่อแม่ด้วย


เมื่อแขกในงานเริ่มสังเกตว่าเจ้าภาพหายตัวไปไม่ยอมกลับมา จึงชวนกันออกตามหา จนพบว่า เจ้าภาพของงานมานั่งอยู่กับเด็กชายเพียงลำพัง แถมยังทานอาหารกันบนฝาชักโครกอีก ทำให้พวกเขารู้สึกประทับใจ





แขกหลายคนจึงรีบกลับไปตักอาหารใส่จาน พร้อมนำเครื่องดื่มย้อนกลับมาร่วมวงกับเจ้าภาพงานในห้องน้ำ ทำให้ห้องน้ำนั้นดูคับแคบลงทันตา พวกเขานั่งกินและร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เด็กชายเชื่อสนิทใจว่า แม่ของเขาได้รับความนับถือมาก และเขาก็โชคดีมากที่เกิดเป็นลูกเธอ


หลายปีผ่านไป เด็กชายเติบโตขึ้นเป็นเจ้าของกิจการ เขาสามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ที่มีห้องน้ำหลายห้อง ทุกปีเขาไม่ลืมที่จะบริจาคเงินให้คนยากจนโดยไม่ประสงค์ออกนาม เขาไม่รับการสัมภาษณ์และบอกคนที่ไม่เข้าใจว่า “เมื่อหลายปีก่อน เคยมีเศรษฐีหลายคนมอบความจริงใจ และให้เกียรติเด็กชายวัย 4 ขวบคนหนึ่งเอาไว้”


เรื่องนี้ได้สอนให้ใครหลายๆคนได้รู้ว่า การกระทำเพียงเล็กน้อยของคนๆหนึ่งก็สามารถก็สร้างแรงบันดาลใจได้หลายอย่างให้อีกคนได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าเขาคนนั้นจะรวยหรือจน ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน


ที่มา lifestyle