Loading...
สุดผวา!!! อยู่มาเป็นปี เพิ่งรู้ว่ามีห้องลับอยู่หลังชั้นหนังสือ!! เชื่อมีคนแอบอยู่ด้วยเพราะเห็นสิ่งนี้....??? | สนุกดี
Home » » สุดผวา!!! อยู่มาเป็นปี เพิ่งรู้ว่ามีห้องลับอยู่หลังชั้นหนังสือ!! เชื่อมีคนแอบอยู่ด้วยเพราะเห็นสิ่งนี้....???

สุดผวา!!! อยู่มาเป็นปี เพิ่งรู้ว่ามีห้องลับอยู่หลังชั้นหนังสือ!! เชื่อมีคนแอบอยู่ด้วยเพราะเห็นสิ่งนี้....???

Written By Facebook Instant on Monday, March 6, 2017 | 4:44 AM




เจ้าของบ้านผวา หลังซื้อบ้านต่อจากเจ้าของเดิม แต่กลับพบห้องลับหลังชั้นวางหนังสือ พร้อมร่องรอยคนที่แอบอาศัยอยู่ในบ้าน
เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ รายงานว่า สมาชิกของเว็บไซต์ Imgur เว็บไซต์ฝากรูปชื่อดัง ได้ออกมาเผยว่า เขาได้ซื้อบ้านแห่งหนึ่งต่อจากเจ้าของบ้านเดิม และบ้านหลังนี้ก็มีบันไดลับที่ซ่อนเอาไว้หลังชั้นวางหนังสือ ซึ่งจากภาพนั้นชี้ให้เห็นว่า อาจจะมีคนอาศัยอยู่ในห้องลับนั้นก็เป็นได้




ทั้งนี้ รูปดังกล่าวเปิดขึ้นมาพร้อมกับภาพชั้นวางหนังสือ ที่เจ้าของบ้านบอกว่า ตอนนี้เขาต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านเพื่อน และนี่คือเหตุผลที่เขาอยู่บ้านตัวเองไม่ได้ พร้อมกับบรรยายต่อไปว่า เจ้าของบ้านหลังเดิมสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นในช่วงปี 2000 และหลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่อินเดียเมื่อ 2 ปีก่อน ส่วนตัวเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ประมาณ 1 ปีก่อนนี่เอง และเมื่ออยู่ไปได้พักหนึ่ง เขาก็เจอห้องลับหลังชั้นหนังสือ




จากนั้นเขาจึงโพสต์ภาพชั้นวางหนังสือที่สามารถเปิดออกได้ และเห็นบันไดลับที่ซ่อนอยู่ พร้อมกับคำบรรยายว่า เขาและน้องกำลังเล่นกันอยู่ แต่วันหนึ่งเขาได้เผลอผลักน้องชายใส่ชั้นวางหนังสือ ทำให้น้องล้มลงใส่ชั้นวางหนังสือ จนประตูเปิดออก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่า ชั้นวางหนังสือสร้างเอาไว้ติดกับผนังเสียอีก



แล้วจากนั้นจึงเป็นภาพของบันไดเวียนที่พาลงไปยังห้องด้านล่าง โดยที่ตรงห้องด้านล่างนั้นมีห่อขนมหวานเกลื่อนกลาดกระจัดกระจายอยู่ ซึ่งห่อขนมหวานนั้น เป็นขนมที่เขาได้ในวันฮาโลวีน อีกทั้งยังมีตุ๊กตา กุญแจ และรูปปั้นช้างหน้าตาประหลาดอีกด้วย



อย่างไรก็ตาม เจ้าของกระทู้ดังกล่าวยังไม่ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด และเขาจะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากที่มีความคืบหน้าจากตำรวจ




ทั้งนี้ หลังจากที่มีคนโพสต์ภาพและเรื่องราวออกไป ก็มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย บ้างก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโกหก แต่บางคนก็เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง











ข้อมูลและภาพจาก kapook