Loading...
สาวโบก "แท็กซี่" นั่งไปไม่ทันไรโดนโชเฟอร์ "ล้วงนม - จับของลับ" ทำสลดหลังเธอพูดยอมให้จับเพราะอะไร?? แถมสตั้นรวบได้ "โชเฟอร์" พูดประโยคนี้ออกจากปาก!! (ชมคลิป) | สนุกดี
Home » » สาวโบก "แท็กซี่" นั่งไปไม่ทันไรโดนโชเฟอร์ "ล้วงนม - จับของลับ" ทำสลดหลังเธอพูดยอมให้จับเพราะอะไร?? แถมสตั้นรวบได้ "โชเฟอร์" พูดประโยคนี้ออกจากปาก!! (ชมคลิป)

สาวโบก "แท็กซี่" นั่งไปไม่ทันไรโดนโชเฟอร์ "ล้วงนม - จับของลับ" ทำสลดหลังเธอพูดยอมให้จับเพราะอะไร?? แถมสตั้นรวบได้ "โชเฟอร์" พูดประโยคนี้ออกจากปาก!! (ชมคลิป)

Written By Facebook Instant on Monday, March 6, 2017 | 9:23 PM




เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 60 เวลาประมาณ 15 .00 น. 2 สาวชาวกัมพูชา น.ส.ดานี และ น.ส.สุคอน ได้เดินทางมาพร้อมกับหลักฐานคลิปวีดีโอในรถแท็กซี เข้าแจ้งความกับสภ.เมืองสมุทรปราการ โดยกล่าวว่าถูกโชเฟอร์แท็กซี่หื่น ล้วงหน้าอก - ล้วงอวัยวะเพศ

ภาพในเหตุการณ์



จากคำบอกกล่าวของ น.ส. ดานี ได้เล่าว่าช่วงเช้าวันที่ 6 มี.ค. เธอกำลังพาน.ส. คอนไปหาหมอที่โรงพยาบาลแถวตลาดปากน้ำ จึงโบกแท็กซีคันหนึ่งสี "เขียวเหลือง" ระหว่างที่อยู่บนรถได้สนทนากับเพื่อน แต่เมื่อถึงบริเวณสวนสมเด็จย่า ถ.สุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ โชเฟอร์จอดรถข้างทาง แล้วบอกให้ตนยื่นมือออกไปให้ตรวจ เมื่อตนยื่นมือไปกลับโดนโชเฟอร์ล้วงหน้าอก - อวัยวะเพศทันที

โชเฟอร์ได้พยายามเรียก น.ส. คอน ให้ขยับไปหาจากนั้นพฤติกรรมแบบเดียวกับตนอีก พอตั้งสติได้ จึงนำโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ แต่คนขับแท็กซี่ไหวตัวจึงแกล้งบอกว่า "คลำตรวจอาการป่วยให้" พร้อมกับบอกว่าน.ส.สุคอน "เป็นโรคกระเพาะ" ให้กินข้าวให้ตรงเวลา และกินผักเยอะๆ และพาเธอทั้ง 2 คนไปส่งที่โรงพยาบาล

สาวกัมพูชาได้ให้เหตุผลที่ไม่ยอมขับขืนเป็นเพราะกลัว และไม่รู้ว่าโชเฟอร์มีอาวุธหรือไม่ หากมีอาจถูกฆ่าตายตามที่เคยเห็นในข่าวได้

อย่างไรก็ตามล่าสุด โชเฟอร์ที่ก่อเหตุดังกล่าวได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและยอมรับสารภาพว่าก่ออนาจารจริง ซึ่งอยากขอโทษกับสิ่งที่ทำ ซึ่งตนทำไปโดยไม่รู้ตัว และไม่คิดว่าผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความ เพราะเป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งโชเฟอร์รายนี้จึงโดนแจ้งข้อกล่าวหาระทำอนาจารแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



โฉมหน้าโชเฟอร์ที่ก่อเหตุ



(ชมคลิป)


ขอบคุณที่มา : รายการเรื่องเล่าเช้านี้