Loading...
#ชื่นชมกันทั้งประเทศ!! หมอเร่งช่วยเด็กพม่า 12 ขวบป่วยคอตีบต้องการเลือดด่วน!! ก่อนลั่นคำนี้ออกมา?? กราบหัวใจ!! | สนุกดี
Home » » #ชื่นชมกันทั้งประเทศ!! หมอเร่งช่วยเด็กพม่า 12 ขวบป่วยคอตีบต้องการเลือดด่วน!! ก่อนลั่นคำนี้ออกมา?? กราบหัวใจ!!

#ชื่นชมกันทั้งประเทศ!! หมอเร่งช่วยเด็กพม่า 12 ขวบป่วยคอตีบต้องการเลือดด่วน!! ก่อนลั่นคำนี้ออกมา?? กราบหัวใจ!!

Written By Facebook Instant on Sunday, April 23, 2017 | 2:52 AM



***ชื่นชมความเสียสละ! ทีมแพทย์-พยาบาล รพ.แม่สอด จ.ตาก เร่งช่วยเด็กพม่า 12 ขวบป่วยตอตีบ แพ้วัคซีนต้านพิษ ชี้ไม่มีวิธีอื่นแล้ว แพทย์ต้องบริจาคเลือดให้เด็ก ขอให้จำความรู้สึกนี้ไว้ตลอดความเป็นแพทย์

-กรณีโลกออนไลน์แห่ชื่นชมทีมแพทย์และพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังเฟซบุ๊ก @Nuttagarn Chuenchom โพสต์ภาพเด็กหญิงชาวพม่าอายุ 12 ปี มาตรวจด้วยอาการไข้สูง เจ็บคอ และคอบวมหายใจไม่ออก ซึ่งมีแพทย์อินเทิร์นเป็นผู้ตรวจคนแรก สงสัยว่าป่วยเป็นคอตีบ และป้ายคอไปเพาะเชื้อ พร้อมกับให้วัคซีนต้านพิษทางน้ำเกลือ เพื่อไปทำลายท็อกซินที่อยู่ในกระแสเลือด แต่เด็กกลับแพ้รุนแรง ไม่มีวิธีอื่นนอกจากทีมแพทย์และพยาบาล ตัดสินใจบริจาคเลือด นำเอาพลาสมา (plasma) มาให้เด็กคนไข้รายนี้

-ล่าสุดวันที่ 23 เม.ย. “พญ.ณัฐกานต์ ชื่นชม” อายุรกรรมโรคติดเชื้อ รพ.แม่สอด จ.ตาก ให้ข้อมูลผ่านทางทีมงาน ระบุว่า ขณะนี้เด็กหญิงคนดังกล่าวอาการดีขึ้นมากแล้ว แต่เมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อน เด็กได้เดินทางจากพม่า ไม่นานคอก็บวมขึ้นเรื่อยๆ หายใจเหนื่อยหอบ เสี่ยงไตวาย แพทย์ได้รักษาด้วยการให้วัคซีนต้านพิษ เพื่อไปจับสารพิษที่หลั่งออก แต่ต้องใช้จำนวนมาก 8 หมื่นถึง 1 แสนยูนิต ซึ่งเมื่อทดสอบยา เด็กกลับแพ้อย่างรุนแรงทั้ง 3 ครั้ง แพทย์ต้องยอมแพ้เพราะกลัวเด็กแย่มากเกินไป แต่ในเวลานั้นจำเป็นต้องใช้พลาสมาจากเลือดมนุษย์แทน 200 ซีซีในทุกๆ 4 ชม. แพทย์และพยาบาลไม่มีวิธีอื่นแล้ว หลังจากนั้นกลางดึก จึงระดมแพทย์และพยาบาลกว่า 10 คน ที่คาดว่าได้วัคซีนครบมาบริจาคเลือดให้เด็กคนไข้รายนี้ ถึงแม้ความเข้มข้นจะน้อยก็ไม่เสียหาย จึงเป็นประโยชน์มาก และขอให้จำความรู้สึกนี้ไว้ตลอดชีวิตการเป็นแพทย์




-“จริงๆ มันก็เป็นเรื่องปกติๆ ที่ทำทุกวันนะคะ เป็นวิธีป้องกันโรคทางระบบวิทยา ทำแนวปราการต้นโรค ไม่ให้เข้ามาในไทย เพราะแม่สอดห่างชายแดนเพียง 2 กม. ถ้าหมอแบ่งแยกรักษาคนไข้ก็ไม่ดี คนไข้บางรายแพ้วัคซีนที่สกัดจากม้า จึงต้องใช้ของคน แต่จะทำอย่างไรให้คนในประเทศเราปลอดโรค เหมือนเป็นการทูตด้านการแพทย์ อีกอย่างโรคคอตีบคนไทยไม่ค่อยเป็นแล้ว และเด็กคนนี้ใช้เครื่องช่วยหายใจนาน 14 วัน โชคดีที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน” แพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อ กล่าว

-พญ.ณัฐกานต์ ยังเผยอีกว่า ประเทศพม่ายังขาดแคลนวัคซีนอยู่มาก ปัจจุบัน รพ.แม่สอด ได้เอื้อเฟื้อวัคซีนไปฉีดให้กับเด็กในฝั่งพม่า แม้จะไม่ครอบคลุม แต่ก็นับว่าช่วยได้เกิน 50% เพื่อป้องกันโรคให้กับพี่น้องคนไทยที่อยู่ชายแดน และอยู่ลึกเข้าไปในประเทศของเรา สิ่งสำคัญบุคลากรทางการแพทย์ ต้องเห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีนของทุกโรค ถือเป็นความรับผิดชอบสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และจะได้ไม่นำโรคไปสู่คนไข้ และคนในครอบครัว หากโรคที่เราเผชิญอยู่ไม่เป็นที่สนใจ คงไม่มีใครผลิตวัคซีนมาช่วยชีวิตเรา..


ขอบคุณภาพ : @Nuttagarn Chuenchom