Loading...
#กลัวเมียมากกว่าตำรวจ !! หนุ่มพากิ๊กสาวเที่ยวเงินหมดกุเรื่องโกหกขึ้นมา พอไปแจ้งความ ตำรวจได้ฟังเท่านั้นแหละ?? ฮาทั้งโรงพัก !! | สนุกดี
Home » » #กลัวเมียมากกว่าตำรวจ !! หนุ่มพากิ๊กสาวเที่ยวเงินหมดกุเรื่องโกหกขึ้นมา พอไปแจ้งความ ตำรวจได้ฟังเท่านั้นแหละ?? ฮาทั้งโรงพัก !!

#กลัวเมียมากกว่าตำรวจ !! หนุ่มพากิ๊กสาวเที่ยวเงินหมดกุเรื่องโกหกขึ้นมา พอไปแจ้งความ ตำรวจได้ฟังเท่านั้นแหละ?? ฮาทั้งโรงพัก !!

Written By Facebook Instant on Friday, May 5, 2017 | 5:22 AM




***เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่สภ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี และ พ.ต.ท.พัฒนศักดิ์ อาณัติอักษร สว.สส. ร่วมกันเข้าสอบสวน นายธีระพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี บ้านอยู่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู หลังเข้าแจ้งความว่าถูกกลุ่มวัยรุ่น 6 คน เอามีดจี้ชิงทรัพย์เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา





-พ.ต.อ.ชวิศ เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องจากธีระพงศ์ โทรศัพท์แจ้ง 191 ว่าถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ก่อนเดินทางมาแจ้งความที่สภ.เมืองอุดรธานี ช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ค. โดยให้การว่าคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 6 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันเข้าประกบแล้วชักมีดจี้ให้จอดรถจักรยานยนต์ ก่อนใช้ขวดตีศีรษะชิงเอากระเป๋าสะพายภายในมีเงินสด 17,300 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พระเครื่องจำนวนหนึ่ง และเอกสารประจำตัว


-พ.ต.อ.ชวิศ กล่าวต่อว่า แต่เจ้าหน้าที่พบพิรุษว่า นายธีระพงศ์โดนทำร้ายร่างกายแต่ไม่มีบาดแผล หรือร่องรอยถูกทำร้ายจึงเค้นสอบสวนจนกระทั่งนายธีระพงศ์ ยอมรับสารภาพว่า แต่งเรื่องขึ้นมาว่าตัวโดนชิงทรัพย์ เนื่องจากเอาเงินที่ได้มาจากการขายหวยใต้ดินกับภรรยาที่บ้านเช่าในต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี ไปใช้จ่ายกินเที่ยวกับกิ๊กสาวจนหมดแล้วกลัวเมียกระทืบจึงได้กรุเรื่องขึ้นมา


-“ผู้ต้องหารายนี้กลัวเมียมากกว่าตำรวจ ถึงได้มากรุเรื่องแจ้งความเท็จ ว่าโดนชิงทรัพย์ ขณะนี้ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี รับโทรศัพท์แจ้งเหตุวันละ 900-1,000 สาย แต่มีเรื่องจริงประมาณ 15 เรื่อง เรื่องบริการประชาชน 30 เรื่อง นอกนั้นจะเป็นเรื่องโกหก หลอกตำรวจ ทำให้ผู้ที่มีความเดือดร้อนจริงๆเสียโอกาส เช่นคดีอุบัติเหตุ คดีชิงทรัพย์ ถูกทำร้าย อาจทำให้เสียชีวิตก็เป็นได้ช้าไป จึงขอร้องให้ประชาชนอย่าแจ้งเรื่องเท็จจะถูกดำเนินคดีในมาตรา 173 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท” พ.ต.อ.ชวิศ ระบุ